คอร์สเรียน
Coding Thailand
2025
4.37 คะแนนเฉลี่ย | 21 คอร์ส | 174 รีวิว

หลักสูตรนี้จะพาผู้เรียนดำดิ่งสู่โลกของการเขียนโค้ดสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ผ่านแพลตฟอร์มการเขียนโปรแกรมแบบบล็อก (Block-based programming) ที่ใช้งานง่ายอย่าง mBlock5. ผู้เรียนจะได้เรียนรู้แนวคิดพื้นฐานของ AI และ IoT พร้อมลงมือปฏิบัติจริงในการสร้างโปรเจกต์ที่น่าสนใจ เช่น:

  • การควบคุมอุปกรณ์ IoT: เชื่อมต่อและควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต
  • การประยุกต์ใช้ AI เบื้องต้น: สร้างโมเดล AI อย่างง่ายสำหรับการรู้จำภาพ เสียง หรือข้อความ
  • การทำงานร่วมกันระหว่าง AI และ IoT: พัฒนาโปรเจกต์ที่ผสมผสานความสามารถของ AI และ IoT เข้าด้วยกัน

สิ่งที่จะได้เรียนรู้:

  • พื้นฐานการเขียนโปรแกรมแบบบล็อกด้วย mBlock5
  • ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการนำไปใช้งาน
  • ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) และการเชื่อมต่อ
  • การใช้งานบอร์ดควบคุมและเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่รองรับโดย mBlock5
  • การพัฒนาโปรเจกต์ AI และ IoT อย่างง่ายด้วยตนเอง

Coding AI IOT mBlock5 (บังคับ)

 

แผนการสอนวิชา mBlock 5 ระยะเวลา 6 ชั่วโมง

ออกแบบมาเพื่อให้นักเรียนเรียนรู้พื้นฐานการเขียนโปรแกรมแบบบล็อก และการประยุกต์ใช้งานร่วมกับหุ่นยนต์ mBot2 ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ โดยครอบคลุมทั้งการใช้งานซอฟต์แวร์ mBlock 5 การทำความเข้าใจอัลกอริทึม และการเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ด้วยเซนเซอร์ต่าง ๆ ก่อนต่อยอดสู่การสร้างโครงงานหุ่นยนต์อัจฉริยะเบื้องต้น
วัตถุประสงค์
1. นักเรียนรู้จักหุ่นยนต์ mBot2 และการใช้งานเบื้องต้น
2. นักเรียนรู้จักซอฟต์แวร์ mBlock 5 และสามารถใช้งานได้
3. นักเรียนเข้าใจหลักการของอัลกอริทึมและการนำไปประยุกต์
4. นักเรียนสามารถเขียนโปรแกรมควบคุม mBot2 ด้วย RGB Sensor ได้
5. นักเรียนสามารถเขียนโปรแกรมควบคุม mBot2 ด้วย Ultrasonic Sensor ได้
6. นักเรียนสามารถบูรณาการความรู้เพื่อสร้างโครงงานหุ่นยนต์เบื้องต้นได้
บทเรียนที่ 1 : แนะนำ mBot2 และการใช้งานเบื้องต้น
เนื้อหา
1. mBot2 คืออะไร
  • mBot2 เป็นหุ่นยนต์เพื่อการศึกษา ที่ออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการเรียนรู้ด้าน Coding, Robotics และ AIoT (Artificial Intelligence of Things)
  • ถูกพัฒนาต่อยอดจาก mBot รุ่นแรก โดยเพิ่มความสามารถด้านการเชื่อมต่อ, ประสิทธิภาพ และความแม่นยำของเซนเซอร์
  • ใช้สำหรับฝึกทักษะ การคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking), การแก้ปัญหา (Problem Solving) และ การทำงานเป็นทีม ผ่านการเรียนแบบ Project-based Learning
2. ส่วนประกอบหลักของ mBot2
  1. โครงสร้างตัวหุ่นยนต์ → มีล้อ 2 ล้อหลัก (ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์) และล้ออิสระ (Caster Wheel)
  2. มอเตอร์ (Motors) → ขับเคลื่อนล้อ ทำให้หุ่นยนต์เคลื่อนไหวไปข้างหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย-ขวา
  3. RGB Line Follower Sensor → ใช้ตรวจจับเส้นสีดำ/สีขาวบนพื้น เหมาะสำหรับกิจกรรม Line Following
  4. Ultrasonic Sensor → ใช้วัดระยะห่างจากสิ่งกีดขวาง สามารถทำให้หุ่นยนต์หยุดหรือเลี้ยวอัตโนมัติ
  5. บอร์ดควบคุม CyberPi → เป็นไมโครคอนโทรลเลอร์หลักของ mBot2 มีจอ LCD ขนาดเล็ก, ปุ่มควบคุม, ไมโครโฟน และสามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้
3. คุณสมบัติเด่นของ mBot2
  • เชื่อมต่อได้หลายรูปแบบ → ผ่าน USB และ Wi-Fi (สะดวกสำหรับ IoT และ Cloud Project)
  • รองรับการเขียนโปรแกรมด้วย mBlock 5 → ใช้การเขียนโปรแกรมแบบบล็อก (Block-based Coding) ที่ง่ายต่อการเรียนรู้ และสามารถเขียนเป็น Python ได้สำหรับผู้เรียนที่ก้าวหน้า
  • ความยืดหยุ่นในการประยุกต์ → สามารถต่ออุปกรณ์เสริม เช่น เซนเซอร์อื่น ๆ, Servo Motor หรือแม้กระทั่งโมดูล IoT
4. ประโยชน์ของ mBot2
  • ใช้เป็น เครื่องมือในการเรียนรู้การเขียนโปรแกรมเชิงบล็อกและเชิงข้อความ (Text-based Coding)
  • ฝึกทักษะ การคิดเชิงคำนวณ (CT) เช่น การวิเคราะห์ปัญหา, การออกแบบอัลกอริทึม และการใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
  • ส่งเสริมการเรียนรู้แบบ STEM Education (Science, Technology, Engineering, Mathematics)
  • พัฒนาทักษะ การแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ เช่น การออกแบบหุ่นยนต์แข่งขัน, การสร้างโครงงาน IoT และ AI เบื้องต้น
  • สร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนสนใจ วิทยาการคอมพิวเตอร์, หุ่นยนต์ และ AI
กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครูอธิบายส่วนประกอบของ mBot2 พร้อมตัวอย่างการใช้งาน
2. นักเรียนจับกลุ่มสำรวจหุ่นยนต์ mBot2 จริง
3. ใบงาน: วาดรูปส่วนประกอบของ mBot2 และเขียนอธิบายหน้าที่
 
บทเรียนที่ 2 : แนะนำ mBlock 5 และการใช้งานเบื้องต้น
เนื้อหา
  • mBlock 5 เป็นซอฟต์แวร์การเขียนโปรแกรมแบบ Block-based ที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Scratch 3.0
  • จุดเด่นคือ ใช้งานง่าย เพียงลากและวางบล็อกคำสั่ง (Drag-and-drop) ทำให้นักเรียนเข้าใจการเขียนโปรแกรมโดยไม่ต้องกังวลเรื่องโค้ดไวยากรณ์
  • รองรับทั้ง การเขียนโปรแกรมบล็อก สำหรับผู้เริ่มต้น และ โหมด Text (Python) สำหรับผู้เรียนที่ก้าวหน้า
2. ความสามารถของ mBlock 5
  • สามารถเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ต่าง ๆ เช่น mBot2, Codey Rocky, Ultimate Robot
  • รองรับ IoT (Internet of Things): เขียนโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  • รองรับ AI (Artificial Intelligence): เช่น การรู้จำภาพ (Image Recognition), การรู้จำเสียง (Speech Recognition), Text-to-Speech
  • ใช้ควบคุม อุปกรณ์เสริม (Extension) เช่น เซนเซอร์, มอเตอร์, หน้าจอแสดงผล
3. ส่วนประกอบหน้าจอของ mBlock 5
  1. พื้นที่บล็อกคำสั่ง (Blocks Area)
    • รวมบล็อกโปรแกรมที่ถูกจัดหมวดหมู่ เช่น Motion, Looks, Events, Control, Operators, Sensing
    • มีบล็อกเฉพาะสำหรับการควบคุมหุ่นยนต์ mBot2 และ Extension อื่น ๆ
  2. พื้นที่ทำงาน (Coding Area / Scripts Area)
    • พื้นที่ที่ผู้เรียนลากบล็อกมาวางเรียงลำดับ เพื่อสร้างโปรแกรม
    • บล็อกสามารถเชื่อมต่อกันเป็นชุดคำสั่งที่ทำงานต่อเนื่อง
  3. เวที (Stage)
    • แสดงผลการทำงานของ Sprite (ตัวละคร) ในโปรแกรม
    • ใช้ในการทดลองโค้ดที่เกี่ยวข้องกับภาพเคลื่อนไหว เกม และมัลติมีเดีย
  4. พื้นที่ควบคุม Sprite/Device
    • ใช้เลือกอุปกรณ์หรือหุ่นยนต์ที่จะควบคุม เช่น mBot2
    • ผู้เรียนสามารถสลับโหมดระหว่าง Stage Mode (ทำงานบนจอคอม) และ Device Mode (ควบคุมหุ่นยนต์จริง)
4. ฟีเจอร์เด่นของ mBlock 5
  • รองรับการเชื่อมต่อกับหุ่นยนต์ mBot2 ผ่าน USB, Bluetooth หรือ Wi-Fi
  • มี Extension ให้เลือกใช้ เช่น AI, IoT, การรู้จำใบหน้า, การแปลภาษาอัตโนมัติ
  • สามารถสลับไปยัง โหมด Python ได้ทันที เพื่อต่อยอดความรู้การเขียนโปรแกรมแบบ Text
  • มีฟีเจอร์สำหรับ การเรียนรู้ STEM + Coding แบบ Project-Based Learning
5. ประโยชน์ของ mBlock 5
  • ง่ายต่อการเรียนรู้ → ผู้เริ่มต้นสามารถเรียนรู้แนวคิดการเขียนโปรแกรมได้โดยไม่ต้องกังวลกับโค้ดที่ซับซ้อน
  • สร้างความเข้าใจเชิงคำนวณ → ทำให้นักเรียนเข้าใจการทำงานแบบลำดับขั้น (Sequence), การทำซ้ำ (Loop), และการตัดสินใจ (Condition)
  • เสริมทักษะการแก้ปัญหา → นักเรียนสามารถทดลอง เขียนโค้ด และแก้ไขได้ทันทีจากผลลัพธ์
  • รองรับการเรียนรู้แบบ Active Learning ผ่านการทำโครงงานจริง เช่น ควบคุมหุ่นยนต์เดินตามเส้น, หุ่นยนต์เลี่ยงสิ่งกีดขวาง, IoT Smart Home
กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครูสาธิตการติดตั้งและเปิดใช้งาน mBlock 5
2. นักเรียนทดลองลากบล็อกคำสั่งพื้นฐาน เช่น การเคลื่อนที่/การแสดงข้อความ
3. ใบงาน: อธิบายส่วนประกอบหน้าจอและหน้าที่
บทเรียนที่ 3 : อัลกอริทึม
เนื้อหา
- ความหมายของอัลกอริทึม: ชุดของขั้นตอนการแก้ปัญหาที่ชัดเจนและมีลำดับ
- ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน: การผูกเชือกรองเท้า, การทำอาหาร, การแก้โจทย์คณิตศาสตร์
- รูปแบบการเขียนอัลกอริทึม: Pseudocode, Flowchart
- ความสำคัญ: เป็นรากฐานของการเขียนโปรแกรมและการควบคุมหุ่นยนต์
- การเขียนอัลกอริทึมช่วยให้นักเรียนสามารถออกแบบโปรแกรมอย่างเป็นระบบและตรวจสอบได้
กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครูอธิบายอัลกอริทึมด้วยตัวอย่างใกล้ตัว
2. นักเรียนฝึกเขียน Flowchart ควบคุมการเคลื่อนที่ของ mBot2
3. ใบงาน: เขียน Pseudocode การทำงานง่าย ๆ ของ mBot2
บทเรียนที่ 4 : การควบคุม mBot2 ด้วย RGB Sensor
เนื้อหา
1. ความหมายของ RGB Sensor
  • RGB Sensor (Red, Green, Blue Sensor) เป็นเซนเซอร์ที่ใช้ตรวจจับแสงหรือสี โดยอาศัยหลักการสะท้อนของแสงที่ตกกระทบวัตถุ
  • เซนเซอร์สามารถตรวจวัดความเข้มของแสงในสามช่องสี (R, G, B) แล้วส่งข้อมูลกลับไปยังบอร์ดควบคุม (CyberPi ใน mBot2)
  • mBot2 ใช้ RGB Line Follower Sensor แบบพิเศษที่สามารถตรวจจับได้ทั้ง “สีของวัตถุ” และ “เส้นสีบนพื้น”
2. หลักการทำงานของ RGB Sensor
  • เมื่อแสงจากเซนเซอร์ตกกระทบวัตถุ → วัตถุสะท้อนแสงกลับมา
  • เซนเซอร์จะแยกแสงสะท้อนเป็น ค่าสีแดง เขียว น้ำเงิน
  • โปรแกรมใน mBlock 5 จะตีความค่าสี (Color Value) และส่งสัญญาณให้มอเตอร์ทำงานตามเงื่อนไข
  • ตัวอย่าง:
    • ถ้าค่า R, G, B รวมกันต่ำ → พื้นที่เป็นสีดำ
    • ถ้าค่า R, G, B รวมกันสูง → พื้นที่เป็นสีขาว
3. การใช้งาน RGB Sensor
  1. Line Following (ติดตามเส้น)
    • ใช้ RGB Sensor ตรวจจับเส้นสีดำบนพื้น → หุ่นยนต์สามารถเคลื่อนที่ตามเส้นอัตโนมัติ
  2. Color Detection (ตรวจจับสี)
    • ตรวจจับวัตถุสีเฉพาะ เช่น แยกกล่องสีแดง/สีน้ำเงิน
    • ประยุกต์ใช้ในงานคัดแยกสิ่งของ (Sorting System)
  3. Direction Control (ควบคุมทิศทาง)
    • เมื่อเจอเส้นหรือสัญลักษณ์สี → หุ่นยนต์ปรับทิศทาง เช่น เลี้ยวซ้าย/เลี้ยวขวา
4. การเขียนโปรแกรมด้วย mBlock 5
  • ใช้บล็อกคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับ RGB Line Follower Sensor เช่น:
    • “อ่านค่าของ RGB Sensor”
    • “ถ้าเจอสีดำ → เลี้ยวซ้าย, ถ้าเจอสีขาว → เลี้ยวขวา”
5. ตัวอย่างการใช้งานจริง
  • หุ่นยนต์เดินตามเส้นสีดำบนพื้น
    • นักเรียนวาดเส้นทางเป็นเส้นสีดำบนกระดาษขาว
    • เขียนโค้ดใน mBlock 5 ให้ mBot2 อ่านค่าเซนเซอร์ซ้ายและขวา
    • หุ่นยนต์จะสามารถเคลื่อนที่ตามเส้นโค้งหรือเส้นทางที่ซับซ้อนได้
  • โครงงานประยุกต์:
    • หุ่นยนต์ส่งของในเส้นทางที่กำหนด
    • ระบบคัดแยกวัตถุตามสี (เช่น แยกของสีแดงกับสีน้ำเงิน)
กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครูสาธิตการต่อและการใช้งาน RGB Sensor
2. นักเรียนทดลองเขียนโค้ดให้ mBot2 เคลื่อนที่ตามเส้น
3. ใบงาน: บันทึกผลการทดลองและวิเคราะห์ปัญหาที่พบ
บทเรียนที่ 5 : การควบคุม mBot2 ด้วย Ultrasonic
เนื้อหา
1. ความหมายของ Ultrasonic Sensor
  • Ultrasonic Sensor คือ เซนเซอร์ที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) ในการวัดระยะทางระหว่างเซนเซอร์กับวัตถุ
  • หลักการนี้คล้ายกับการใช้ เรดาร์ (Radar) หรือ โซนาร์ (Sonar) ที่ใช้ในเรือดำน้ำและค้างคาวเพื่อตรวจจับสิ่งกีดขวาง
2. หลักการทำงานของ Ultrasonic Sensor
  1. เซนเซอร์จะส่งคลื่นเสียงความถี่สูงออกไป (เกินกว่าหูมนุษย์จะได้ยิน)
  2. คลื่นเสียงกระทบวัตถุและสะท้อนกลับมา
  3. ตัวเซนเซอร์วัดเวลา (Time of Flight) ที่คลื่นเสียงใช้เดินทางไป-กลับ
  4. คำนวณระยะทางด้วยสูตร:
Distance=Time×Speed of Sound2 ext{Distance} = rac{Time imes Speed of Sound}{2}Distance=2Time×Speed of Sound​ 
  • Time = เวลาเดินทางของคลื่น
  • Speed of Sound ≈ 343 m/s (ที่อุณหภูมิ 25 °C)
  • หารด้วย 2 เพราะคลื่นเดินทางไป-กลับ
3. การใช้งาน Ultrasonic Sensor
  • หลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง (Obstacle Avoidance) → หุ่นยนต์จะหยุดหรือเลี้ยวเมื่อเจอวัตถุขวางหน้า
  • ระบบจอดรถอัจฉริยะ (Smart Parking System) → ตรวจจับระยะห่างระหว่างรถกับกำแพงหรือรถคันอื่น
  • หุ่นยนต์สำรวจ (Exploration Robot) → ใช้เดินในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวางและหลีกเลี่ยงการชน
4. การเขียนโปรแกรมใน mBlock 5
  • ใช้บล็อกคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับ Ultrasonic Sensor เช่น:
    • “อ่านค่าระยะทาง (cm)”
    • “ถ้า ระยะทาง < 10 → หยุดเคลื่อนที่5. ตัวอย่างโครงงาน
  • ให้ mBot2 หยุดเมื่อมีสิ่งกีดขวางในระยะ 10 ซม.
    • หุ่นยนต์จะวิ่งไปข้างหน้า และตรวจสอบค่าระยะทางจาก Ultrasonic Sensor
    • ถ้ามีสิ่งกีดขวางในระยะ < 10 ซม. → หุ่นยนต์หยุดทันที
    • ถ้าไม่มีสิ่งกีดขวาง → หุ่นยนต์ยังคงเดินหน้า
  • โครงงานประยุกต์:
    • หุ่นยนต์กวาดบ้าน → หลีกเลี่ยงการชนเฟอร์นิเจอร์
    • รถอัจฉริยะต้นแบบ → มีระบบเตือนเมื่อเข้าใกล้สิ่งกีดขวาง
    • แข่งหุ่นยนต์เลี่ยงสิ่งกีดขวาง (Obstacle Avoidance Robot Competition)
กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครูสาธิตการเชื่อมต่อ Ultrasonic Sensor
2. นักเรียนเขียนโค้ดควบคุม mBot2 ให้หยุดเมื่อพบสิ่งกีดขวาง
3. ใบงาน: อธิบายผลการทดลองและการปรับปรุงโค้ด
บทเรียนที่ 6 : โครงงานหุ่นยนต์
เนื้อหา
1. การบูรณาการความรู้ทั้งหมด
  • หลังจากนักเรียนได้เรียนรู้ mBlock 5, mBot2, และการใช้งาน RGB Sensor และ Ultrasonic Sensor แล้ว บทเรียนสุดท้ายคือการนำทุกอย่างมาประยุกต์รวมกัน
  • การบูรณาการนี้ทำให้นักเรียนเห็นภาพรวมของ การพัฒนาโครงงานหุ่นยนต์อัจฉริยะ ตั้งแต่การรับข้อมูลจากสิ่งแวดล้อม (Input) → การประมวลผลด้วยโค้ด (Process) → การควบคุมอุปกรณ์/การแสดงผล (Output)
  • จุดสำคัญคือการฝึกให้นักเรียนคิดแบบ System Integration คือการเชื่อมโยงหลายองค์ประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อน
2. ตัวอย่างโครงงาน
  1. หุ่นยนต์เดินตามเส้นและหยุดเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง
    • ใช้ RGB Sensor ตรวจจับเส้นทาง
    • ใช้ Ultrasonic Sensor ตรวจจับสิ่งกีดขวางด้านหน้า
    • หากไม่มีสิ่งกีดขวาง → หุ่นยนต์วิ่งตามเส้น
    • หากเจอสิ่งกีดขวาง → หุ่นยนต์หยุดและรอ
  2. หุ่นยนต์ส่งสัญญาณเตือนเมื่อมีสิ่งกีดขวาง
    • ใช้ Ultrasonic Sensor ตรวจจับระยะทาง
    • หากวัตถุเข้าใกล้เกิน 10 ซม. → ส่งเสียงผ่าน Buzzer หรือแสดงข้อความบน CyberPi
  3. หุ่นยนต์สำรวจเส้นทาง (Path Explorer Robot)
    • ผสมผสานทั้ง RGB Sensor (ติดตามเส้น) และ Ultrasonic Sensor (เลี่ยงสิ่งกีดขวาง)
    • สามารถวิ่งในสนามที่มีเส้นบอกทางพร้อมสิ่งกีดขวางได้
3. ขั้นตอนการออกแบบโครงงาน (Project Design Cycle)
  1. ระบุปัญหา (Identify Problem):
    • เช่น หุ่นยนต์ต้องเดินตามเส้นแต่ต้องหยุดเมื่อมีสิ่งกีดขวาง
  2. ออกแบบวิธีแก้ (Design Solution):
    • กำหนดว่าจะใช้เซนเซอร์ใด, เขียนโค้ดอย่างไร, ตอบสนองต่อสถานการณ์แบบใด
  3. เขียนโค้ด (Coding):
    • ใช้ mBlock 5 ลากบล็อกคำสั่งควบคุมมอเตอร์และเซนเซอร์ตามอัลกอริทึม
  4. ทดสอบ (Testing):
    • ทดลองรันโค้ดกับ mBot2 ในสนามจริง
  5. ปรับปรุง (Improvement):
    • หากหุ่นยนต์ทำงานผิดพลาด เช่น หยุดไม่ตรง หรือเลี้ยวผิด → ปรับโค้ดและทดสอบใหม่
  6. นำเสนอ (Presentation):
    • นำโครงงานไปอธิบายต่อเพื่อนหรือครู → เสริมทักษะการสื่อสารและการทำงานเป็นทีม
4. ประโยชน์ที่นักเรียนจะได้รับ
  • ฝึกการบูรณาการความรู้หลายด้าน → Coding + Robotics + Sensors + Problem Solving
  • เสริมทักษะ การคิดเชิงระบบ (Systematic Thinking) และ การคิดเชิงสร้างสรรค์ (Creative Thinking)
  • พัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ผ่านการแบ่งหน้าที่และการนำเสนอผลงาน
  • สร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนสามารถต่อยอดไปสู่ การแข่งขันหุ่นยนต์ หรือ โครงงาน IoT/AI ที่ซับซ้อนขึ้น
กิจกรรมการเรียนรู้
1. นักเรียนแบ่งกลุ่มและออกแบบโครงงานที่สนใจ
2. ลงมือทำโครงงานจริงด้วย mBlock 5 และ mBot2
3. นำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

 

 

ห้องสนทนา

คะแนนเฉพลี่ย
4.37
5 ดาว
135
4 ดาว
14
3 ดาว
6
2 ดาว
3
1 ดาว
6
กรุณาลงทะเบียนเรียนคอร์สนี้เพื่อใช้งานรีวิว

รีวิวบทเรียน

  • นวินxxx พิเชxxx
    PKDVP6JOT
  • ปุญญxxx เข็มxxx
    ยากอยู่ครับ
  • รีมปxxx มักคxxx
    good
  • Naphxxx Munkxxx
    เยี่ยมสุดๆ
  • ศุภกxxx ก้องxxx
    เนื้อหาดีครับผม